บทความ

บทความ

ทองคำแท้ 99.99% ไม่ว่ายุคไหน? ความล้ำค่าก็ยังคงอยู่

 

ทองคำแท้ 99.99% ไม่ว่ายุคไหน? ความล้ำค่าก็ยังคงอยู่

 

        ทองคำยังคงมีคุณค่าในตัวเองที่ใครๆ ต่างก็ต้องการ  ครอบครองเป็นเจ้าของ เพราะนอกจากทองคำจะมีมูลค่าสูง  ซึ่งถูกใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ไม่เสื่อมค่าเป็นที่  ยอมรับในระดับสากลแล้ว ยังใช้เป็นทุนสำรองระหว่าง  ประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ และเสริม  สร้างความเชื่อมั่นของประเทศแล้ว ทองคำยังถือว่าเป็นวัตถุ  ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว มีสีเหลืองสว่างสดใสและมีความสุก  ปลั่งเป็นประกายสวยงามสะดุดตา เนื้อทองคำมีความ  ยืดหยุ่นและเหนียวคงทน ด้วยเหตุนี้ผู้คนทั่วโลกจึงยังนิยม  ซื้อทองคำ 99.99% มาสวมใส่เป็นเครื่องประดับทองรูป  พรรณ ดังนี้ด้วยดีไซน์ทองสไตล์โมเดิร์นของทอง 99.99%  นี้ จึงยึดถือกันมาตามขนบธรรมเนียมประเพณีแต่ดั้งเดิม โดยมักใช้ในพิธีหมั้นหรือแต่งงาน ซึ่งแทนค่าสินสอดในการขอแต่งงาน หรือใช้เป็นของขวัญให้แก่กันและกันในโอกาสหรือช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ขณะเดียวกันการสวมใส่เครื่องประดับทองคำ 99.99% ยังสร้างคุณค่าทางจิตใจและความสวยงามแล้ว เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงฐานะทางสังคมหรือความทันสมัยตามกระแสแฟชั่น อีกทั้งเครื่องประดับทองยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์สะสมความมั่นคง

เอกลักษณ์การรังสรรค์ ทอง 99.99%

กรรมวิธีการผลิตเครื่องประดับทอง 99.99% ตามแบบฉบับนั้นมีหลายขั้นตอนด้วยกัน ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความพิถีพิถันและฝีมืออันประณีตทั้งสิ้น โดยเริ่มจากการหลอมทองคำแท่งบริสุทธิ์ซึ่งมีเนื้อทอง 99.99 % ปราศจากโลหะอื่นๆ และน้ำประสานทองเจือปน เนื่องจากคุณภาพของเนื้อทองคำมีผลต่อความยากง่ายในการขึ้นชิ้นงานเครื่องประดับ เพราะทองบริสุทธิ์นั้นมีความอ่อนนุ่มยืดหยุ่นดี เหมาะแก่การทำเครื่องประดับทองตามรูปแบบของช่างทองโบราณ และด้วยความที่เป็นทองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เครื่องประดับมีสีทองเปล่งปลั่งกว่าทองรูปพรรณทั่วไปที่มักทำด้วยทองคำ 96.50% เมื่อช่างทองนำทองคำแท่งมาหลอมให้ละลายโดยการเป่าไฟในเบ้าหลอม จนทองละลายกลายเป็นของเหลว แล้วจึงเทลงในรางสี่เหลี่ยม เมื่อทองแข็งตัวจับเป็นแท่งแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการตีทองหรือรีดทอง ช่างทองจะนำทองที่หลอมแล้วมาตีแผ่เป็นแผ่น หรือรีดยาวเป็นเส้น หรือเป็นแผ่น โดยใช้เครื่องรีดแผ่นทอง และเครื่องชักทองเป็นเส้นขนาดต่างๆ กันตามความต้องการ

หลังจากกระบวนการข้างต้นแล้วจึงนำมาสู่วิธีการประดิษฐ์ชิ้นงาน ด้วยการขึ้นรูปทรงและลวดลายทองรูปพรรณหลายลักษณะ ได้แก่ การถักทอง ซึ่งมีทั้งการถักลวดลายแบบกลมที่เกิดจากจำนวนทองน้อยเส้น ตั้งแต่ลายสามเสาถึงลายสิบเสา และการถักลวดลายแบบแบน อาทิ ลายเปีย ลายยี่สิบเสา ลายยี่สิบสี่เสา ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำสร้อยข้อมือ การขึ้นลูกประคำทองที่มีลักษณะเหมือนลูกปัดมีทั้งทรงกลมและทรงรี ด้วยการนำแผ่นทองที่ตีได้ไปตอกลงในรางโอ ซึ่งเป็นแบบขึ้นรูปทรงมีลักษณะเป็นหลุมหลายขนาด โดยตอกให้เป็น 2 ฝา แล้วจึงนำมาประกบกัน และเจาะรูตรงกลางทะลุถึงกันเพื่อใช้สำหรับร้อยตกแต่งขึ้นงาน ซึ่งเป็นการนำทองที่รีดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดเท่าๆ กันมาประกอบเชื่อมต่อกันด้วยน้ำประสานทองแล้วจึงปิดฝาและเจาะรูหัวท้าย จากนั้นจึงนำชิ้นงานทองลักษณะต่างๆ มาร้อยเรียงและเชื่อมประกอบกันให้เป็นเครื่องประดับลวดลายแบบไทยตามจินตนาการเชิงศิลปะของช่างทองแต่ละคน

ด้วยสองมือที่บรรจงสร้างสรรค์เครื่องประดับทองตามแบบอย่างเครื่องทองสมัยโบราณทำให้ได้มาซึ่งงานทองหัตถศิลป์ล้ำค่าหลากแบบหลายลวดลาย ทั้งในรูปแบบเครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล แหวน ต่างหู จี้ เข็มขัด กรอบพระ หรือจะเป็นชิ้นงานตามที่ลูกค้าสั่งพิเศษ เช่น ทับทรวง รัดเกล้า กำไลแขน ไปจนถึงเครื่องประดับตามโบราณวัตถุอย่างพระพุทธรูปที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าคู่บ้านคู่เมือง จนสามารถครองใจผู้ที่นิยมชมชอบในงานเครื่องทองสไตล์โบราณในรูปแบบทองโมเดิร์นได้เป็นอย่างดี เพราะต่างรู้ดีว่าความวิจิตรของลวดลายทอง อันประณีตอ่อนช้อยที่ผลิตขึ้นด้วยฝีมือ ที่เลื่องชื่อถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความงดงามวิจิตรแตกต่างจากเครื่องประดับทองโบราณ จนทำให้เครื่องประดับเป็นที่ยอมรับของชาวไทยและชาวต่างชาติ

เครื่องประดับทองอันทรงคุณค่าตามวิถีไทย

ในประเทศไทยนั้น การนำทองคำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับเฟื่องฟูมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยแรกเริ่มเป็นการผลิตเพื่อใช้ในระดับกษัตริย์ ราชวงศ์ ขุนนางชั้นสูงต่างๆ ด้วยยังมีกฎระเบียบแบบแผนในการสวมใส่เครื่องประดับ และห้ามมิให้สามัญชนทั่วไปมีเครื่องประดับได้ จนกระทั่งในช่วงกลางยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งเปิดกว้างให้ชาวต่างชาติ ทั้งจากยุโรปและจีนเดินทางเข้ามาค้าขายสินค้ากันอย่างคึกคัก รวมไปถึงช่างทองชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการและอาศัยอยู่ในไทยด้วย ทำให้การใช้เครื่องประดับมิได้จำกัดเช่นแต่ก่อน จึงมีการผลิตและการสวมใส่เครื่องประดับกันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชนมากยิ่งขึ้น

หากจะเอ่ยถึงทองโบราณอันลือชื่อของไทยที่นับได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า คงต้องกล่าวถึง “เครื่องประดับ” ซึ่งมีลักษณะพิเศษจากกระบวนการผลิตด้วยมือทั้งหมด และใช้วัตถุดิบทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์สูงถึง 99.99 % ด้วยเทคนิคการผลิตที่ได้จากการศึกษาและฟื้นฟูกรรมวิธีการถักทองขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งพัฒนาและผสมผสานแนวคิดสร้างสรรค์สู่การประดิษฐ์รูปแบบใหม่ๆ จนกลายเป็นขึ้นงานเครื่องประดับที่มีคุณค่าแฝงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งจากลวดลายหรือการออกแบบ เช่น ลักษณะการถักเส้นทอง การทำลูกประคำ การฉลุลายบนชิ้นงาน การลงยาเพิ่มสีสัน รวมถึงกระบวนการผลิตที่อาศัยจินตนาการ ความเชี่ยวชาญ และความมานะอดทน จนถ่ายทอดออกมาเป็นงานเครื่องประดับทองแห่งยุคสมัย โดยมีต้นแบบ หรือแรงบันดาลใจมาจากการประยุกต์ลวดลายโบราณ ทั้งจากโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เป็นรากเหง้าของวิถีชุมชน ไม่ว่าจะเป็นลวดลาย ปะติมากรรม รูปเคารพ ลายปูนปั้น และภาพจิตรกรรมฝาผนัง อาทิเช่น ลายนางพญา ซึ่งมีที่มาจากลายปูนปั้นของวัดนางพญา ลายเครือวัลย์ที่เลียนแบบมาจากเถาวัลย์ เป็นต้น

ห้างทองอุเทนพระนครศรีอยุธยา จึงขอเป็นร้านทองในฝันของทุกท่านที่คัดสรรค์งานฝีมือสุดปราณีต วิจิตรบรรจง ซึ่งร้านของเราบริการรับออกแบบเครื่องประดับ ทองรูปพรรณ โดยช่างทองฝีมือผ่านการสั่งสมประสบการณ์และทักษะฝีมือความชำนาญทางเชิงช่างชั้นเยี่ยมแห่งเมืองกรุงเก่า ของเครื่องประดับทองอันทรงคุณค่าตามวิถีไทย

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สมาคมค้าทองคำ Gold Traders Association

 

หัวข้ออื่นๆที่น่าสนใจ

ความลึกลับของทองคำ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ทรงคุณค่า

...

4 เหตุผลทำไม “มีทองจึงนับว่าเป็นพี่”

...

ทองคำ สิ่งทรงคุณค่าตั้งแต่สมัยอยุธยา

...